p@wn's profilep@wn SpacePhotosBlogListsMore Tools Help

Pawn

Location
Mii
No list items have been added yet.

p@wn Space

One new thing in everyday
Photo 1 of 26
January 27

พักสายตา มาบ่นเรื่องตัวเอง

 
หลังจากตรากตรำ coding มาร่วมสิบชม.ติดต่อกัน  เลยขออู้งานหน่อย ( ตอนนี้กำลังทำเว็บให้ร้านพี่แบงค์  ร้านอาหารไทยใน queens )
เอิ่ม  เพิ่งมาเห็นว่าไม่ได้อัพบล๊อคมานานมากกกกกกแย้ว  ไม่รู้จะมีใครเข้ามาอ่านอีกรึเปล่าเนี่ย  โคตรจะหลายเหตุผลเลยที่ไม่ได้อัพ blog ลองลิสต์ ๆ มาได้เกินกว่า 20 ข้อ  
ตั้งแต่เหตุผลสิ้นคิดอย่าง เวลาไม่มี  / ไม่มีเรื่องให้เขียน  (อืมม์ เป็นไปได้แฮะ) / ต้องทำงานอื่น จนไปถึงเหตุผลที่ว่า มีงานอดิเรกอย่างอื่นให้ทำ 
 
พอเข้ามา space ตัวเองอีกทีก้อพบว่า  เห้ย  นี่กรูร้างลาการเขียน space ไปนานขนาดนี้เลยรึเนี่ย
แต่ก็ยังไม่มีอารมณ์จะหาเรื่องมาเขียนอยู่ดี  เล่าเรื่องตัวเองดีกว่า  (ปกติไม่ค่อยชอบเล่าเรื่องส่วนตัวเท่าไหร่นะเนี่ย  ก็มันน่าอ่านซะที่ไหนหล่ะ)
 
ตั้งแต่มา NYC เนี่ย  ความคาดหวังเกี่ยวกะการเรียน + ใช้ชีวิตในเมกาก้อเปลี่ยนไปเยอะทีเดียว
อะไรที่เคยคิดว่ายาก  บางครั้งก็ง่ายกว่าที่คิดไว้  ออน ดิ อาเด้อ แฮนด์ บางอย่างที่คิดว่ามันไม่เท่าไหร่  กลับยากกว่าที่คิดอ่ะ  -  -''
ยกตัวอย่างเช่น  ภาษา  ตอนแรกนึกว่าต้องปรับตัวเยอะ  แต่ปรากฏว่า  ฟัง - พูดได้ละเมียดกว่าที่คาดไว้เยอะ ยกเว้นกรณีเดียวคือ  พวก non-native ทั้งหลาย
แต่ก็ยังไม่จัดว่ามีปัญหาเท่าไหร่  ส่วนเรื่องที่คิดว่าง่าย  เช่นหางานเสริฟร้านอาหาร  ดันยากซะงั้น  พับผ่าสิ
 
อยู่มาได้สี่เดือนกว่า  สรุป fact ของ NYC ได้ดังนี้
 
1.) คนมาที่นิวยอร์คนี่  ต่างจากคนในรัฐอื่น ๆ ลิบลับ   เพราะ range ของระดับของคนนี่  กว้างมากกกก  มีตั้งกะเด็กทุนคิง เรียนเก่งสาดดๆ 
ไปจนถึง เด็กที่มาหางานอย่างเดียว  ฉะนั้นความแตกต่างย่อมหลากหลายมั่ก ๆ  การคบคนก้อต้องระวังตัวมากขึ้นเช่นกัน
 
2.) นักเรียนไทยที่มาที่นิวยอร์ค  น้อยคนนักที่จะไม่ทำงาน  อย่างน้อย ๆ ๆ ที่สุด  ก้อต้องทำงานอะไรซักอย่าง  ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็น  wait เสมอไป
แต่อย่างน้อยก้อต้องทำหล่ะ  นิด ๆ หน่อย ๆ ก้อทำกัน
 
3.) ใครที่เคยคิดว่ามาเรียน ny จะ hang out กับเพื่อนเป็นกลุ่ม ๆ  เที่ยวละไปจัดปาตี้บ้านคนโน้น  บ้านคนนี้หล่ะก็  หยุดคิดไปได้เลย
จิง ๆ เด็ก NYker จะมีเพื่อนคนไทยเยอะ  (ก็แหง๋หล่ะ คนไทยใน ny มันเยอะนี่)  แต่จะรู้จักเป็นคน ๆ ไป  ไม่ได้เกาะกลุ่มกันเหนียวแน่น
เหมือนนักเรียนรัฐอื่น  อีกอย่าง  บ้านที่อยู่กัน  ส่วนใหญ่ก้อจะเป็น apartment / dorm / shared room อะไรพวกนี้ซะมากกว่า 
ฉะนั้นประเภทที่ว่า  ไปปาตี้กันในบ้าน  จัดเตา BBQ มาปิ้งชิว ๆ นี่ ลืมไปได้เลย  อาจจะมีบ้างหลาย ๆ คนที่รวมกลุ่มกันเช่าบ้านทั้งหลัง
แล้วอยู่ด้วยกัน  กรณีนี้ก้อพอจะหาโอกาสสังสรรค์กันได้  แต่ก็น้อยอ่ะ
 
4.) คนที่นี่มันเดินกันเร็ว  กินกันเร็ว  เคยมีเพื่อนมาจากต่างรัฐ  เล่นเอางงไปพักใหญ่  แถม subway NYC นี่ เป็นระบบขนส่งที่น่าปวดหัวที่สุดในโลกแล้วมั้ง
พี่แกเล่นมีสาย 1234 ที่เป็นตัวเลข  มีสาย ABCD เป็นตัวหนังสือ  มีสาย express / local  บางป้ายจอด บางป้ายไม่จอด  บางป้ายปิดเปิดเป็นเวลา
วันเสาร์อาทิตย์นี่ ใช่ว่าจะเสร่อเดินขึ้นรถได้เลยนะคร้าบบ  มันเปลี่ยนตารางเดินรถแทบจะทุก weekend  บางทีหยุดบริการดื้อ ๆ  ที่แย่ที่สุดคือ  ใช่ว่า
พอขึ้นรถไปแล้วเนี่ย  จะนั่งชิล ๆ กระดิกติงไปจนถึงปลายทางได้นะ  มันสามารถเปลี่ยนแปลงการเดินรถได้ตลอดเวลา  หูต้องคอยฟังคำประกาศบนรถดี ๆ
แล้วก้อใช่ว่าจะสักแต่ขึ้น ๆ ๆ รถอย่างเดียว  หูตาต้องคอยสอดส่องด้วยว่า  ขบวนนั้นมันมีอะไรแหม่ง ๆ มั้ย  เช่นถ้าคนน้อยมาก ๆ ให้เดาไว้ก่อนเลยว่า
ต้องมีอะไรซักอย่างผิดปรกติ เช่น homeless ตัวเหม็น ๆ ๆ ๆ ๆ มาก ๆ ๆ นอนอยู่เป็นต้น
 
5.) เมืองนี้เป็นเมืองแห่งความหลากหลายอย่างแท้จริง  คาดว่าน่าจะเป็นเมืองต้นแบบสำหรับ metropolitan ทั่วโลกในอนาคตอีกด้วย  คือจำนวนประชากรที่เดิน
ในเมืองนี่  แทบจะเท่า ๆ กันทุกชาติพันธุ์  เดินแล้วไม่รู้สึกว่าเป็นกระเหรี่ยงแต่อย่างใด  วัฒนธรรมก็หลายหลายตามไปด้วย  เลยทำให้เป็นเสน่ห์ของเมืองไป
โดยปริยาย  ศิลปะทุกแขนงก็มารวมกันที่นี่  ตั้งแต่ street art เช่น กลุ่มคนดำมาร้องเพลง เต้นฮิพฮอพริมถนน  ใน subway  คนอเมริกาใต้  เดาว่าเป็นพี่โก้
มาร้องเพลงภาษา spanish ในรถไฟ   ตามสถานีใหญ่ ๆ เช่น 42nd 34th 14th ก็จะมีคนมาเล่นดนตรี หรือโชว์ปาหี่อะไรซักอย่างนี่ทุกวันเลย
 
ปล. อู้พอแล้ว  กลับไปทำงานต่อหล่ะ  เด๋วมาต่อคราวหน้า
October 31

ว่าด้วยความ perfect : There is no perfect.

ว่าด้วยความ 'เพอร์เฟ็ค'

ขำขันที่นิยมเล่ากันทางวิทยุในยุคที่ผมยังเป็นเด็กคือเรื่องนี้  หญิงสาวสองคนคุยกัน
คนหนึ่งชื่อสมศรี อีกคนหนึ่งชื่อสมทรง (สองชื่อนี้เป็นชื่อตัวละครที่ฮิตมากในขำขันยุคนั้น)

"ได้ยินว่าเธอพบ 'ชายเพอร์เฟ็ค’ ของเธอแล้ว?"

"พบแล้วจ้ะ"

"แล้วทำไมยังไม่แต่งงาน?"

"เพราะเขายังไม่พบ 'หญิงเพอร์เฟ็ค' ของเขาน่ะซี"

ขำขันยุคก่อนออกจะเชยๆ อย่างนี้  เรื่องนี้เป็นขำขันก็จริง แต่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริงของหลายๆ คนด้วย
การหาคู่ครองที่ 'เพอร์เฟ็ค' ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่กระนั้นหลายคนก็ประกาศว่า จะไม่ยอมแต่งงาน
หากหาคนที่สมบูรณ์แบบไม่ได้   คำถามคือ โลกนี้มีคนสมบูรณ์แบบจริงหรือ? อะไรคือความ 'เพอร์เฟ็ค' ?
และวัดค่า 'เพอร์เฟ็ค' ด้วยมาตรฐานใด?

ความเป็นจริงก็คือ 'เพอร์เฟ็ค' ของแต่ละคนไม่เท่ากัน ของบางคนคือ รวย+ หน้าตาดี + เก่ง
ของบางคนคือ รวยอย่างเดียวก็พอ   ความเป็นจริงก็คือหลายคนรักคนที่ถูกคนอื่นทิ้ง
คุณค่าของคนจึงขึ้นกับมุมมองของแต่ละคน  ความสมบูรณ์แบบก็คล้ายความงาม
ขึ้นอยู่กับสายตาของคนมองเป็นสำคัญ หรือที่ฝรั่งชอบพูดว่า "Beauty is in the eyes of beholders."

เมื่อมองหาความสมบูรณ์แบบในงานศิลปะ เราพบว่าความหมายของความสมบูรณ์แบบก็คล้ายๆ กัน
คือเกิดจาก 'มุมมอง' มากกว่า 'ตัวงาน'   งานกราฟฟิตี้ที่หลายคนบอกว่าเป็นงานขยะ
อีกหลายคนกลับมองว่างดงาม และก่อให้เกิดอารมณ์ศิลป์ได้

งานศิลปะก็เป็นเรื่องปัจเจกวิสัย  ลองคิดดู หากเราปาดสีอีกสักสองสามแต้มเล็กๆ ลงบนภาพ โมนาลิซา ของดาวินชี
หรืองาน ของแวน โก๊ะห์ มันก็ไม่ทำให้ภาพ 'ไม่สมบูรณ์' กว่าเดิมสักเท่าไร เพราะแกนหลักของภาพนั้นงดงามแล้ว

เมื่อมองประติมากรรมและจิตรกรรมชั้นดีของโลกนานๆ ก็มักสังเกตเห็นตำหนิเล็กๆ ซ่อนอยู่ เช่น
รอยแปรงไม่สม่ำเสมอ ตำหนิจากเม็ดสีที่ไม่ได้คุณภาพเต็มร้อยทุกอณู ฯลฯ ยิ่งมองนานก็ยิ่งเห็นมาก
ความสมบูรณ์แบบในวันหนึ่งอาจลดระดับลงมาเป็นความไม่ค่อยสมบูรณ์แบบในอีกวันหนึ่ง
ทว่าศิลปินแต่ละคนจบงานแต่ละชิ้นเพียงแค่นั้น เพราะคิดว่ามัน 'พอแล้ว' สำหรับเขา
นักเขียนสามารถแก้ไขขัดเกลางานของเขาได้อีกหลายสิบปี ก็ยังไม่ถึงขั้นที่แก้ไขต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

จิตรกรเอก เดอลาครัวซ์ จึงกล่าวว่า
"ศิลปินผู้แสวงหาความสมบูรณ์แบบในทุกอย่างคือพวกที่ไม่สามารถประสบความสำเร็จในการได้มันมาในสิ่งใดๆ"

ศิลปินงานเหนือจริง ผู้มีจินตนาการกว้างไกล ซาลวาดอร์ ดาลี กล่าวย้ำว่า
"อย่ากลัวความสมบูรณ์แบบเลย คุณไม่มีทางเข้าถึงมันหรอก"

คนที่ชอบมองหาจุดผิดเล็กๆ น้อยๆ โดยไม่สามารถมองข้ามมันไปได้นั้น เป็นคนที่ไม่สามารถเป็นสุขเท่าที่ควร
โต๊ะทำงานต้องสะอาดเรียบ เอกสารวางเป็นระเบียบตามวันที่ ปากกาวางด้านขวา ยางลบวางบนแท่นเสมอ ฯลฯ
ไม่เช่นนั้นก็จะหงุดหงิดทั้งวัน  และหากยิ่งชอบมองเปรียบเทียบกับ 'ความสมบูรณ์แบบ' ของคนอื่นๆ ก็ยิ่งไม่มีความสุข

บ้านของเขาใหญ่กว่าของเรา แฟนของเขาสวยกว่าของเรา ฉลาดกว่า เก่งกว่า ไม่นานก็พบว่าคู่ครอง
ข้างกายที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นคนที่ 'โคตรจะเพอร์เฟ็คเลย' ชักลดระดับความเพอร์เฟ็คลง
หลายคนเชื่อว่างานของธรรมชาติเป็นงานที่สมบูรณ์แบบยิ่ง เมื่อเราดูรูปทรงลวดลายใบไม้ วงหมุนของเปลือกหอย
เส้นประสาท ไปจนถึงระบบชีวิตต่างๆ เราจะพบความละเอียดซับซ้อนในผลงานเหล่านี้
จนหลายคนอดเชื่อไม่ได้ว่ามันต้องเป็นผลงานของ 'พระเจ้า'

แต่เมื่อเราศึกษาซากพืชสัตว์ผ่านฟอสซิลที่จมดินมาหลายพันล้านปี เราจะพบว่าธรรมชาติก็ไม่สมบูรณ์แบบ
ความสมบูรณ์แบบที่เราเห็นในวันนี้เกิดมาจากกระบวนการวิวัฒนาการไปอย่างช้าๆ ไปในทิศทางที่เหมาะสมขึ้นกับการมีชีวิต

เราไม่สามารถบอกว่า สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคนคือความสมบูรณ์แบบ (เพราะมีสติปัญญา) และสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว
ไม่สมบูรณ์แบบ เพียงเพราะคนวิวัฒนาการมาจากสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว   ในทุกๆ นาทีที่ผ่านไป ธรรมชาติยัง
เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลง พืช สัตว์ กระทั่งคนก็มีการเปลี่ยนแปลง

บางทีสิ่งที่พระพุทธองค์สอนอาจเหมาะสมที่สุด จงหัดพอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่  เพราะโลกนี้ไม่เคยมีความสมบูรณ์แบบ
และเพราะความสมบูรณ์แบบเกิดขึ้นเมื่อเรารู้สึก
'พอแล้ว'

วินทร์ เลียววาริณ

อ่านแล้วชอบมาก สำหรับคนที่ยังคิดไม่ได้นะ
.......

October 27

หั่นสีทัวร์ - สดุดีแต่ใครซักคนในโรงเรียน

เคยจำได้ว่า  ไอ่ทัวร์นี้เนี่ย  เพื่อนที่โรงเรียนเป็นคนคิดตั้งกะสมัยประถมหรือมัธยมต้นจำไม่ได้แล้ว
ตอนนั้นมีคนพิมพ์ดีด (ยังเป็นยุคของเครื่องพิมพ์ดีดอยู่เลย) มาให้อ่านกัน ฮาขี้เล็ด
พอมาเห็นอีกทีอ่าว  แพร่หลายไปทั่วซะแล้ว  เอามาสดุดีไว้ ณ ที่นี้ซะหน่อยละกัน

========================

หั่นสีทัวร์

พร้อมรับใช้ท่าน ทุกลีลา
พิเศษรับปิดเทอมกับโปรแกรม
ทัวร์ระริ่ม

ท่านเจ้าคุณ ศรีแสวงเหาะ และคุณหญิง หารมโหรี
มีความยินดีขอเรียนเชิญทุกท่านร่วมท่องเที่ยวกับโปรแกรม ทัวร์ระริ่ม
ซึ่งเป็นโปรแกรมพิเศษรับปิดเทอมที่เราจัดขึ้นเป็นพิเศษ
เรามีความยินดีต้อนรับทุกท่านไม่ว่าจะเป็น คนสวย หรือ คนไม่สวย ก็ตาม!

สำหรับการเดินทาง จะเริ่มเดินทางโดยรถบัสอากาศยี่ห้อ โฟล์คกะปัด
ซึ่งจะจอดเตรียมสู่รอท่านอยู่ที่หน้าร้าน หลีเกี่ยวฮวด ใกล้สะพาน โค้งงวย
เยื้องตลาดสดบาง แคตาก่วย บริเวณสี่แยก คายรวย!
ทีมงานไกด์สาว ห้าอี๋ ของเราพร้อมบริการท่านอย่างเต็มที่
ทั้งคุณปุ๊ทะลิ คุณจุ๋มบิ๋ม คุณนกซกมม คุณนาขึ้นรม และคุณ
ต้อยหูด

เมื่อรถเริ่มออกเดินทาง เราจะให้บริการที่น่าประทับใจ
โดยเริ่มแจก ผ้าเย็นอย่างลำเค็ด และเครื่องดื่มพิเศษ คือ
โค้ก 2 รสชาติใหม่ที่เพิ่งวางตลาด โค็กแข็งปวย
และ โค้กแคนซุปเปอร์มวย หรือถ้าท่านต้องการดื่มน้ำเปล่า
เราก็จะมีน้ำแร่ออร่าไว้คอยบริการท่านโดยเส้นทางที่เราเลือกสรร
จะมีสิ่งที่น่าสนใจให้ชมตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็น ขวดตำรวย หรือ
หินบี
และเพื่อความปลอดภัยเราได้จัด ทหารบี ไว้คอยคุ้มกันตลอดการเดินทาง
โดยเราจะมีแวะพักที่ปั๊มน้ำมันตรา ดาวยอ เพื่อให้ท่านได้ยืดเส้นยืดสาย
และเราจะได้ ถูกระจกไปพลาง ๆ สำหรับท่านที่นำฟิล์มมาไม่พอ
เราขอแนะนำให้ซื้อฟิล์มสี อั๊กฟ่า ที่นี่ เพราะราคาถูกมาก

สถานที่น่าสนใจแรกที่เราจะนำท่านไปชม คือ พิพิธภัณฑ์
ไขโดนทวย
ซึ่งมีของเก่ามากมายน่าชม เช่น หอกสามสี หอกเจ็ดสี หัวโขนในกระทวย
โดยมีผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม ครูถ้วย และ
ครูสามรวย
เป็นผู้นำชมและให้คำบรรยาย

หลังจากที่ท่านเหน็ดเหนื่อยกันจน หินปลี้ แล้ว เราจะพาท่านไปทานอาหารจีนเลิศรส
ซึ่งมีให้ท่านเลือกถึง 3 ร้าน คือ ร้านลีตรงเหง ร้านหลีดึงฮวด และร้านโหตี
สาเหตุที่มีให้เลือกหลายร้านนั้นมาจากประสบการณ์การจัดทัวร์ของเราในครั้งก่อน
ที่อาจจะไม่ค่อยถูกใจลูกทัวร์บางท่านเท่าที่ควรเนื่องจากบางท่านทานก็บอก
บางท่าน ไม่ทานก็ไม่บอก ทีมงานของเราจึง
เห็น ควรด้วย
ที่จะสร้างทาง เลือกร้อยชึง ให้กับท่าน

โดยในระหว่างนั่งรออาหารและ คุยต่วย กันท่านอาจได้ยิน เสียงสีหับ เป็นระยะ
และเพื่อไม่ให้ท่านรอนานจน คอยห้วย หรือ หิวเป็นสี เราได้จัดกุ๊กพิเศษ
คุณกุ๊กจนรำ ซึ่งจะให้บริการ เอจนป๋ม แก่ท่าน สำหรับเมนูอาหาร
เราก็ได้จัดเตรียมไว้ให้หลายอย่าง เช่น โคต้มพะล้วย หมีผัดน้ำมันหอย
หมีผัดผงกะหร่อย เป็ดผัดโผก หมีปกหอย กระเพราหมูโดนถอย
ยำประเจ็ด ยำคนเท็ด ยำหน้าเขม็ด หอยติดหมี เห็ดผัดผี
เป็นต้น
หากท่านทานเผ็ดไม่ได้เราก็มี หืดต้มจี๋ ให้ท่านด้วย

ตบท้ายรายการด้วยของหวานที่แสนอร่อยจากหลายเชื้อชาติ
ให้ท่านเลือกสรรมากมายอีกเช่นเคย เช่น แม็คจ๋อย ปอกระดาษแช่น้ำแข็ง
แห้วลอยกี๋ ขนมตาลบูด ขนมผิงระดมยัว เค้กแข็งปวย
และผลไม้เมืองหนาว ลิ้นจี่ที่หอ จากสวน ลุงคำดวย

จากนั้นเราจะพาไปไร่จนจับข้อ ของคุณเฮียะตึงปี๋ สาวลูกครึ่งจีน-มาเลย์
ซึ่งในไร่จะมีต้นไม้สายพันธ์พิเศษ คือ พันธ์ไม้โดนซ่อ
ซึ่งเป็นพันธ์ไม้ที่มีสีสันพิเศษ เช่น สีม่วงหรอย สีเหย สีแหบ
สีเหียบ สีเหียว สีดูหุ้ม
ให้ชมและซื้อหา จากนั้นพบการแสดงพิเศษจากทางไร่
คือ
การแสดงถอยหมู ถอยหมาก ถอยหมอน มวยล้างขา มวยเสียบข้อ
และการแสดงหมีซ่อนหา
ซึ่งท่านจะไม่สามารถเห็นหมีได้ง่ายๆ
นอกจากนี้ในไร่ยังมีสัตว์ที่หาดูยากให้ชมอีกมากมาย เช่น
ปลาอีกิ๊ ปลาอีโกก
ที่เป็นสายพันธ์เดียวกันแต่ต่างเพศ
หอยกระจี้ลี่ หอยตามดี! หมูฟอย
หมูตามรอย และงูหาเรี่ยน
เป็นต้น

ก่อนกลับอย่าลืมแวะซื้อของฝากขึ้นชื่อของที่นี่ คือ
เสื่อถักทอลายหกจิ้งจี๋
หาบแมลงสี แหตุ๊กกำ
และ!กระเป๋าไดโนโสก
จากนั้นเราจะพาท่านเข้าสู่ที่พัก
ให้พักผ่อนสำสัวตามอัธาศัย ซึ่งท่านอาจไปทำผมที่ร้านแฮร์คัทโดนมวย
ซึ่งให้บริการทั้ง เซ็ทก่อนย้อม เซ็ทหลังย้อม หรือ เซ็ทไปย้อมไป

วันที่สอง เราจะพาท่านไปที่พิพิธพันธุ์หุ่นขี้ผึ้ง
ภายในจะมีหุ่นจำลองของผู้นำที่โด่งดังในอดีตของประเทศในแถบอินโดจีนมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นท่าน งี่เต็มเที่ยน และภรรยา คือ งั่นทั้งเวียน
หรือจะเป็นรูปปั้นของ หลวงลาวยึง ท่านท้าวคาวยวย หม่อมสามหยอย
หลังจากนั้นเราจะพาท่านเดินทางไปยังชุมชน เยี่ยมซะเล็ด ซึ่งเป็นชุมชนญวน
ซึ่งถ้าโชคดีท่านจะพบ สาวญวนไม่ต้องเช็ด ซึ่งเป็นสาวญวนนิสัยดี
แต่บางคนอาจเล่นตัวหน่อยซึ่งเป็นพวก ญวนต้องเช็ด
หากท่านโชคร้ายก็อาจพบกับพวก
ญวนคร่ำเคร็ด
แต่ถ้าท่านชอบการทำกิจกรรมเป็นกลุ่มท่านน่าจะชอบพวก ญวนเป็นเขบ๊ด

จากนั้นเราจะพาท่านไปชมการแข่งขันฟุตบอลเชื่อมสามัคคีแทงหวย
ระหว่างทีมไทยกับพม่าโดยเราได้จัดที่นั่งชั้นเยี่ยมให้กับท่านคือที่ หอใกล้ดี
ไม่ใช่ที่ หอ ใจอยู่กู๋ เหมือนทัวร์บริษัทอื่นสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ทางทีมพม่าค่อนข้างเป็นต่อ
เพราะนอกจากจะได้ หม่องโลดเท่าข้าวพึง เป็นโค้ชพิเศษแล้ว
ยังมีดาราเท้า ทองเข้าซิ่ม ร่วมทีมอีกลายคน ไม่ว่าจะเป็น
หม่องกระจายเลี้ยว
หม่องกระดุมจ่อ
หม่องกระโจ๊เผี่ยว หม่องกระดาวยอ และหม่องกระปานโหยก
ในขณะที่ทางทีมไทยมี คุณโฉลกจับกระเป๋า เป็นตัวเด่นเพียงคนเดียว
โดยการแข่งขันครั้งนี้ สาวพม่าเฝ้ารอมานานจน เห็นตี้ ไปตามๆกัน

หลังจากทานอาหารพิเศษที่เราจัดให้ท่านแล้ว เราจะพาท่านขึ้นรถไฟเที่ยวด่วนพิเศษชื่อ
ด่วนปั่นปอ ไปยังประเทศ สิงคโปร์โตก เราขอเตือนไม่ให้ท่านไปนั่ง ออแถวกระได เด็ดขาด
เพราะท่านอาจ ตกกระดูด โดยทางทัวร์ของเราจะเก็บค่าโดยสารเพิ่มอีกเล็กน้อยสำหรับท่านสุภาพบุรุษ
ส่วนท่านสุภาพสตรีที่ แบกไหขึ้นรถฟรี ไหผู้ดี และ ไหขึ้นกระดี เราจะไม่เก็บค่าโดยสาร
ระหว่างทางท่านอาจจะรู้สึก ง่วงเป็นเชี่ยนๆ หรือ ง่วงน้ำตาเรี่ยนได้
เนื่องจากต้องเดินทางค่อนข้าง
นานยม

ตลอดสองข้างทางเราจะผ่านภูมิประเทศที่สวยงาม เช่น ดอยหมึง ดอยหูด ดอยหางกี
เขาเท่าซวย เขาไดโนซวย เหวเหลวปี๋ หาดเท่ากระจี๋ หาดดารดี๋ และสถานที่เก่าแก่ คือ
หาดก่อนประวัติศรี จากนั้นจะพาท่านไปแวะที่หาดสะอี๋ ของพวกแม้วล้างล่อ
ซึ่งแม้วพวกนี้เป็นแม้วที่สะอาดมากและจะไม่อยู่ตามบ้าน แต่จะอาศัยอยู่ตาม ท่อเข้าหมอก
ซึ่งปัจจุบันแม้วพวกนี้เลิกปลูกฝิ่นแล้วแต่หันมาปลูก หมากพระเจ้าต๋อย แทน

สำหรับโปรแกรมภาคค่ำ เราจะพาท่านไปชมภาพยนต์ที่โรงภาพยนตร์ เพชรกันยา
ซึ่งฉายด้วยระบบ กระดานพาดจอ โดยคนเดินตั่วจะ เอากระไดมาล่อ
ท่านสุภาพสตรีที่มากับคณะทัวร์ที่ นั่งโจ๋ผิ่ม จะต้องคอย ยกหีบหนี ให้ดี
มิฉะนั้นจะเสียโอกาสไป ส่วนสุภาพบุรุษอาจนั่ง โจ๋ผู่ ไปพลางๆ
ก่อนก็ได้ สำหรับโปรแกรมฉายนั้นมีหนังที่น่าสนใจหลายเรื่อง
เช่น เรื่องดีแต่โหน และเรื่อง ดีแต่หึง ของ บริษัทยูข้างประเต็ด
นำแสดงโดย ใครหย่วย พระเอกยอดนิยมตลอดกาลซึ่ง ล่อเท่าทึง
ส่วนนางเอกคือ ไหหยี่! ซึ่งเป็นนางเอกยอดนิยมที่ได้ ยินจนเช็ด

สำหรับเรื่องที่พลาดไม่ได้คือเรื่อง หมวยที่เค็น ซึ่งเป็นหนังรักโศก
ดูแล้วจะ โศกกะเปี่ยว มาก มีมิสหลีฮ้วง เป็นผู้นำการแสดง
ประกบกับดาราไทย คือ แมนไทยหลอย และดาราประกอบชื่อดังอีกมากมาย
เช่น เปิ้ลโดนบิ๊ เปียโดนลิ ป้าอิ๊ เอจนซม

สำหรับท่านที่ชอบหนังหวาดเสียวตื่นเต้น เร้าใจเกี่ยวกับผีๆ ก็มีเรื่อง ผีกระโดดใส่หัว
ท่านจะพบกับความเก่งกล้าและเสียสละ ของนางเอก ที่เอา หัวไปล่อกับผี
ยอมสารพัดที่จะให้ผีจับหัว ผีเกาหัว ผีเลียหัว โอ๊ยน่ากลัวจริงๆ เลย
ยิ่งตอนใกล้จบเธอหาญกล้าต่อสู้ โดยหันหัวไปสู้ผี เธอจึงโดนผีเสียบหัว
ส่วนเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจก็ได้แก่ เรื่องห้าพยักหนี และเรื่อง
เจ็ดเรือยอร์ช

อนึ่งในการเดินทางครั้งนี้ หากท่านผ่าน จุดเลี้ยว หรือเกิด ป่วยคัน
ขึ้นมาอย่างกระทันหัน โดยจะเป็นเพราะ คนมันซวย หรือเพราะ
คนมันรวย
ก็แล้วแต่ท่านไม่ต้องกังวลเพราะเรามีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญไว้คอยบริการ
นำทีมโดยคุณหมอกระเด็น และ
คุณหมวย พยาบาลนิสัย ดีคาหอ



คณะทีมงาน
เจ้าคุณสีแสวงเหาะ. ประทานแล้วบอก
คุณหญิงหารมโหรี.. รองประทานแล้วบอก
หลวงยูตามเร็ด ขุนตกใต้ทวย หมวดตำหรอย กรรมการ
คุณปันคิ คุณนาขึ้นรม และคุณจิ๊บเลือดสิม สตาฟฟ์



ด้วยความ หอปรารถนาดี จากผู้จัดทัวร์ และหวังว่าจะได้ร่วมรายการทัวร์นี้กับทุกท่าน



เตรียมพบโปรแกรมพิเศษ รับเปิดเทอมใหม่ โปรแกรม เทอมจนเป็นริ่ม เร็วๆนี้
July 01

ประเภทต่าง ๆ ของฟอนต์ : เรื่องยุ่ง ๆ ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

ประเภทต่าง ๆ ของฟอนต์ : เรื่องยุ่ง ๆ ที่คุณไม่เคยรู้มาก่อน

ฟอนต์ กลายมาเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้กับงานออกแบบในปัจจุบันเสียแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแค่พิมพ์รายงาน ทำ presentation
กราฟฟิคโฆษณา หรือหนังสือนิตยสารต่าง ๆ ล้วนแต่ต้องการฟอนต์ในรูปแบบต่าง ๆ กันออกไป ก่อนอื่นเราจะมีทำความรู้จักกับประเภทของฟอนต์กัน
คร่าว ๆ ก่อนนะครับ ฟอนต์ในปัจจุบัน แบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทใหญ่ ๆ คือ


1.) Postscript (PS1)
Postscript หรือ PS1 format เป็นเทคโนโลยีที่คิดค้นโดยบริษัท Adobe ก่อนจะมีฟอนต์แบบ TrueType ในเวลาหลายปีต่อมา PS1
เป็นฟอนต์ที่คมชัด และให้รายละเอียดมาก ถูกใช้มากสำหรับงานที่ต้องการคุณภาพสูง เช่น หนังสือ หรือนิตยสารรายปักษ์ ผู้ใช้ส่วนใหญ่ มักเป็น
professional designer มากกว่า home user ในระยะแรก วิธีการ install font แบบ postscript นี้ค่อนข้างยุ่งยาก และจะต้อง install
ผ่านโปรแกรมที่ชื่อว่า ATM (Adobe Type Manager) แต่ในภายหลัง Microsoft ได้ปรับปรุงวิธีการ install นี้ใน Windows OS ทั้งหมด
ตั้งแต่เวอร์ชั่น windows 2000 เป็นต้นมา ทำให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น


2.) TrueType (TT)
TrueType เป็นมาตรฐานของฟอนต์ ที่ถูกวางรากฐานมาจาก Apple และ Microsoft ในช่วงยุคปลายปี 80 support การทำงาน
บนระบบปฏิบัติการทั้ง Macintosh และ Windows ทำให้ TrueType font เป็นมาตรฐานที่ได้รับความแพร่หลายมากที่สุดในยุคนั้น TT
เป็นรูปแบบที่นำเอาข้อมูลของฟอนต์ ที่ใช้ในการวาด (Draw) บน screen กับข้อมูลที่ใช้ในการพิมพ์ผ่าน printer มารวมกันอยู่ใน package
เดียวกัน เป็นฟอนต์ที่สามารถ scale และเปลี่ยน size ได้ทุกขนาด โดยที่จะยังคงความคมชัดอยู่เสมอสำหรับทุก point ที่เปลี่ยนไป
ฟอนต์ที่เป็นลักณะ TrueType นี้ยังสามารถ print ได้ด้วย printer ทุกแบบที่ support ด้วย Windows

3.) OpenType
OpenType เป็นผลจากความร่วมมือกันของ Adobe และ Microsoft มีลักษณะคล้ายกับ TrueType ต่างกันตรงที่ OpenType มี
character set ที่กว้างกว่า ทำให้สามารถบรรจุจำนวนตัวอักขระได้มากถึง 65,000 ตัวอักษร ด้วยจำนวนที่มากกว่า TrueType นี้ ทำให้
OpenType สามารถเก็บตัวอักษรแปลก ๆ อักขระพิเศษ ตัวอักษรของภาษาอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น จีน กลุ่มประเทศอาหรับ สัญลักษณ์ต่าง ๆ
เอาไว้ได้มากมายในฟอนต์เดียว และความสามารถพิเศษอันนี้นี่เอง ทำให้ OpenType สามารถทำงานได้กับทุก platform โดยไม่มีเงื่อนไข
เพราะบรรจุเอา character code เอาไว้แล้วทุก platform นั่นเอง



ตัวอย่างนึงของ Raster Type Font ครับ

นอกจาก 3 ประเภทที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ปัจจุบัน ก้อมีแตกแยกย่อยออกไปอีกหลายรูปแบบนะครับ มีทั้ง Vector Type, Raster Type, Clear Type
และอีกหลายต่อหลายแบบเต็มไปหมดเลยครับ จุดที่น่าสนใจจุดนึงคือแบบ Raster Type ครับ ฟอนต์โดยปกติทั่วไปแล้ว ถ้าเป็น TrueType
จะมีคุณสมบัติในการ resizable อยู่ครับ นั่นคือ ไม่ว่าเราจะเพิ่ม size ของฟอนต์เข้าไปกี่ point ก็ตาม ตัวอักษรที่ได้ จะมีการ draw ใหม่เสมอ
ทำให้ขอบตัวอักษรคมชัด คล้าย ๆ กับภาพแบบ Vector จึงเรียกคุณสมบัติแบบนี้อีกอย่างหนึ่งว่า Vector Type ก็ได้ครับ แต่ในกรณีของ RasterType
นั้น จะมีความคมชัดของตัวอักษรที่ point หนึ่ง ๆ เท่านั้น เช่น 12pts, 18pts, 24pts หรือ 60 pts เมื่อเราทำการขยายฟอนต์นั้นให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
เราจะพบว่า ที่ขอบของตัวอักษรจะเกิดการแตกเป็นเหลี่ยม ๆ คล้าย ๆ กับเวลาที่เรา zoom ภาพ แบบ raster เข้าไปเรื่อย ๆ นั่นเองครับ

เมื่อลองเปิด Folder Fonts ใน windows ดู เราจะพบว่า Icon รูปร่างต่าง ๆ นั้นจะสื่อถึงประเภทของฟอนต์แต่ละแบบครับ

TT คือ TrueType
 O คือ OpenType
 A คือ RasterType / PS1



Icon แบบต่าง ๆ ของฟอนต์แต่ละแบบ

ที่เห็นเด่นชัดที่สุดคือฟอนต์ "Microsoft Sans Serif" กับฟอนต์ "MS Sans Serif" หลาย ๆ คนคงเคยใช้ฟอนต์สองตัวนี้มาแล้วแน่ ๆ นะครับ
แต่เชื่อว่ามีจำนวนไม่น้อยที่ไม่รู้ว่าฟอนต์สองตัวนี้ต่างกันอย่างไร เฉลยก็คือ "Microsoft Sans Serif" เป็นฟอนต์แบบ VectorType ส่วน
"MS Sans Serif" เป็น RasterType ครับ ลองดูตัวอย่างในรูปนะครับ ในรูปนี้ ด้านบนคือฟอนต์ "Microsoft Sans Serif" ครับ ด้านล่างคือฟอนต์
"MS Sans Serif" ที่ขนาด 28pts เท่ากันครับ ลองสังเกตความคมชัดดูนะครับ


เมื่อนำ MS Sans Serif มาเทียบกับ Microsoft Sans Serif ก็จะเห็นผลประมาณนี้ครับ

อ่านมาถึงตรงนี้แล้ว คิดว่าน่าจะได้ไอเดียในการเลือกฟอนต์มาใช้งานไม่มากก็น้อยนะครับ
ปล. ตอนนี้เริ่มตันกับการเขียน Blog แล้ว  ขอเอาของเก่ามาหากินหน่อยละกัน อิอิอิ


 

June 06

เรามาเล่นเกมพร้อมกับเด็กติดเกมกันเถอะ

เรามาเล่นเกมพร้อมกับเด็กติดเกมกันเถอะ

เมื่อหลายปีก่อนเคยนั่งดู BBC อยู่  ตอนนั้น BBC กำลังเสนอสกู๊ปข่าวเกี่ยวกับเด็กที่ติดเกมอย่างหนัก  ซึ่งเกมที่ว่า
นี้คือ World of Warcraft (WoW)  ที่โด่งดังและเป็นเกมที่มียอดสมาชิกเล่นมากอันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน
เค้าเสนอมุมองหลายมุม  ที่เน้นเป็นพิเศษคือ  ข้อเสียและโทษของการติดเกมอย่างหนัก  แต่สุดท้ายแล้ว  สกู๊ปที่ BBC ทำ 
ก็ไม่ได้เสนอมุมมองว่า  อะไรที่ทำให้เด็กสามารถเล่นเกมออนไลน์ได้ 10-15 ชั่วโมงติดต่อกัน ทุก ๆ วันเป็นเวลาหลายปี 


World of Warcraft เกมออนไลน์อันดับ 1 ทั่วโลก

BBC เสนอแค่รายละเอียด  ข้อมูลปลีกย่อย  และบทสัมภาษณ์ของบุคคลที่เกี่ยวข้องเท่านั้น  พอผมดูเสร็จก็รู้สึกว่า  อืมม
นั่นสิ  ทำไมนะเด็กถึงได้ติดเกมขนาดนั้น  ไอ่เราเองก็เป็นคนเล่นเกมเหมือนกัน  บางครั้งก้อยอมรับว่ารู้สึกติด  แต่ก็ไม่ได้
ถึงกับติดขนาดไม่กินข้าวปลาอาหาร  หรือนั่งเล่นกันเป็นวัน ๆ พอมาลองนั่งคิดเล่น ๆ ว่าอะไรทำให้เกมมันเป็นสิ่งที่น่าสนใจ
ขนาดนั้น   หลังจากประมวลวิเคราะห์แล้วก้อพบว่า


ติดเกมแล้วมันก้อเปลืองตังอย่างนี้นี่เอง (สังเกตปริมาณขวดโค้กบนโต๊ะ)

เมื่ออยู่ในเกม  เด็กสามารถที่จะพัฒนาตัวละครในแบบที่เค้าเป็น  หรืออยากให้เป็นได้ง่ายกว่าในชีวิตจริง
สามารถทำในสิ่งที่ชีวิตจริงไม่สามารถตอบสนองเค้าได้  หรือตอบสนองได้ไม่เต็มที่  โดยเฉพาะเกมที่มีการพัฒนาของตัวละคร
เช่นเกม RPG (Role Playing Game) ที่มีพัฒนาการของตัวละครอย่างต่อเนื่อง  ตามบทหรือเวลาที่เปลี่ยนไป
เด็กจะอินกับเกมมาก  เพราะสามารถเสกสรรค์ปั้นแต่งให้ตัวละครเก่งเว่อร์ ๆ จนตัวละครในเกม  สามารถเอาชนะอุปสรรค
ที่ยากเกินกำลังได้
  หรือสามารถพิชิตสิ่งที่เป็นปมในจิตใจของตัวเองได้ภายในเกม  เช่น  ในชีวิตจริงอาจจะเรียนไม่เก่ง
แต่ถ้าเป็นในเกมแล้ว  เขากลายเป็นนักรบที่เก่งกาจ  สามารถพิชิตศัตรูได้ราบคาบ    พัฒนาการของเด็กอาจจะเป็นไปอย่างช้า ๆ
ใช้เวลาและความพยายามอยู่หลายปี  แต่สำหรับเกมแล้ว  เด็กจะเห็นตัวละครหรือฝีมือของเค้าที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว
ในเวลาไม่กี่ชั่วโมง    แถมยังสามารถสังเกตได้อย่างเด่นชัดถึงขนาดวัดได้เป็นตัวเลขเลยทีเดียว

บทบาทที่ได้รับในเกม ก็เป็นอีกสาเหตุสำคัญอีกอย่างนึง  สำหรับเด็กที่ขาดความเชื่อมั่นในตัวเองแล้ว   การที่จะต้องออกไป
พูดหน้าชั้นอาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับเขาหรือการที่จะต้องนำกิจกรรมใด ๆ ในโลกภายนอกมันช่างลำบากอะไรเช่นนี้  
 เมื่อเทียบกับที่เค้าเป็นในเกมแล้ว  การนำทัพอัศวินบุกเข้าโจมตีฝูงสัตว์ประหลาดนับหมื่น  ยังง่ายกว่าเป็นไหน ๆ 
แถมเท่กว่าอีกตะหาก   เกมแต่ละเกมที่เด็กเล่นแล้วติดสามารถสะท้อนถึงบทบาทที่เค้าอยากเป็นได้ดี   ว่าที่เค้าติดเกมนั้น ๆ
เค้าอยากเป็นบทบาทไหน   การเปรียบเทียบบทบาทของตัวเอง  กับบทบาทที่เพื่อนของเค้าได้รับ  ก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง  
พบมากในเกมที่มีการจัดอันดับ  มี rank ทั้งทางตรงและทางอ้อมทางตรงนี่มองง่ายหน่อยครับ  เช่น  เกมรถแข่ง  ก็จะมีอันดับการเข้าวิน 
ที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 เป็นต้น  เกม Special Force ที่มีการจัดอันดับการฆ่า  ใครฆ่าคนอื่นได้มาก  ก็จะอยู่ rank ที่ 1 ฆ่าได้น้อยก็จะลดหลั่นกันไป


ภาพล้อเลียนแสดงถึงการสวมบทบาทนอกเกม

ส่วนทางอ้อมก็เช่น  การมีทรัพย์สิน  มีเงินจำนวนมาก  มีไอเทมดี ๆ ใช้  มีของหายาก  ราคาแพงใส่  ในขณะที่คนอื่น ๆ
ที่เล่นเกมด้วยกันไม่มีผมเคยอ่านข่าวหน้า 1 ไทยรัฐ  ที่มีคนอุตส่าห์ยอมเสียเงินจำนวน 4.5 หมื่นบาท  ....  ย้ำ 45,000 บาท 
เงินจริงนะครับ   เพื่อซื้อโล่ในเกม ragnarok online เพียงอันเดียว  อารมณ์ว่า  ใครใช้โล่อันนี้แล้ว  จะทำให้เก่งขึ้นมาก  เท่ขึ้นมาก
การมีของประดับหายากราคาแพง  หรือมีทรัพย์สินจำนวนมากในเกมนั้น   ไม่ต่างอะไรกับความรู้สึกเดียวกันที่เกิดขึ้นภายในชีวิตจริง
การเป็นคนรวยไม่ว่าจะที่ไหน  ย่อมดีกว่าอยู่วันยังค่ำ  เพราะมันเป็นการยกระดับของตัวเอง  ให้มีบทบาทมากขึ้นในสังคมเกมนั่นเอง
บทบาทที่ได้รับในเกมนี้เอง  บางครั้ง  จะเป็นนิสัยที่ติดตัวออกไปสู่โลกภายนอก  เช่น  กรณีของข่าวที่ว่า  เด็กที่เล่นเกม Counter Strike
แล้วมีลักษณะนิสัยก้าวร้าวรุนแรงขึ้น  เพราะติดกับภาพการเข่นฆ่ากันในเกม  หรือเด็กที่หมกมุ่นอยู่กับเกม Grand Theft Auto (GTA)
มาก ๆ มีแนวโน้มที่จะก่ออาชญากรรมได้ง่ายขึ้น  เพราะได้รับบทบาทการเป็นมาเฟียเถื่อนในเกมนั่นเอง

ผลตอบแทนที่ได้รับในเกม
ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งเช่นกัน   ในเมื่อชีวิตจริงผลตอบแทนที่ได้รับมันได้มายาก / ไม่ได้รับผลตอบแทน / มีคุณค่าทางจิตใจต่ำ
เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับความยากง่ายของการได้มาซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับในเกมแล้ว  เด็ก ๆ เหล่านี้อาจจะมองว่า
สิ่งที่ได้มาภายในเกม  มันมีความสำคัญมากกว่าเป็นไหน ๆ   เช่นเกมโปเกม่อน (Pokemon)   เกมนี้เป็นเกมที่จะต้องมีการ
จับสัตว์ประหลาดที่วิ่ง ๆ อยู่ภายในเกม  สัตว์แต่ละตัวจะจับยากง่ายไม่เท่ากัน  ขึ้นอยู่กับระดับความสามารถของสัตว์แต่ละตัว
การที่เด็กได้สัตว์ที่มีความสามารถสูง ๆ มาครอบครองนั้น  เทียบอารมณ์ได้กับ  การถูก lottery รางวัลที่ 1 ของผู้ใหญ่เลยทีเดียว
เด็กอาจจะอารมณ์ดี  นั่งหัวเราะได้ทั้งวัน   หรือในทางกลับกัน  อาจจะอารมณ์เสียเป็นอย่างมาก  กับการสูญเสียทรัพยากรที่สำคัญ
ของตัวเองไป  เหมือนเวลาที่ผู้ใหญ่คนเดิม  ทำ lottery ใบที่ว่า  ปลิวตกท่อไปนั่นแหล่ะครับ  อารมณ์เดียวกัน
 



Pokemon เกมที่โด่งดังในหมู่เด็ก ๆ อีกเกมหนึ่ง

ส่วนสาเหตุที่สำคัญสาเหตุสุดท้ายคือ  ความสัมพันธ์ในเกม   ปัจจุบันเกม RPG นี้พัฒนาไปจนสามารถเล่น online กับ
ผู้เล่นคนอื่น ๆ ทาง internet ได้ทีละพร้อม ๆ กันเป็นจำนวนมาก (MMO-RPG : Massively Multiplayer Online RPG)
หรือที่เรียกกันติดปากว่า   เกมออนไลน์  เช่นเกมที่มีชื่อเสียงอย่าง  Ragnarok Online, Lineage และ World of Warcraft เป็นต้น
เกมประเภทนี้  จะมีผู้เล่นที่เป็นคนจริง ๆ จากที่ต่าง ๆ กันเข้ามาเล่นด้วยทีละเยอะ ๆ  ทำให้ตัวเกมเอง  เกิดระดับความสัมพันธ์เป็นสังคมขึ้น
มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล  ไอเทม  เครื่องไม้เครื่องมือ  ตลอดจนให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน  จนเกิดเป็นกลุ่มก้อน  เป็นพรรคพวกกัน
เด็กบางคนมีมนุษยสัมพันธ์ลุ่ม ๆ ดอน ๆ กับบุคคลภายนอก  แต่ในเกมแล้ว  เค้าคือคนที่ได้รับความยอมรับ  นับหน้าถือตามากที่สุดคนนึง
หรือ  เด็กผู้หญิงบางคนอาจจะขี้อายเกินกว่าจะบอกรักผู้ชายในชีวิตจริงได้  แต่สามารถทำได้โดยง่ายในเกมออนไลน์   ในขณะที่
บางคนยังไม่มีเคยแฟนด้วยซ้ำ  แต่ตัวละครในเกมของเขาก็แต่งงานกับตัวละครอื่นไปเรียบร้อยแล้ว   ความสัมพันธ์อย่างหลวม ๆ ที่ถูก
สร้างขึ้นมาในตอนแรก  สามารถพัฒนาไปได้รวดเร็วกว่าความสัมพันธ์นอกเกมอย่างเห็นได้ชัด  เพราะจุดมุ่งหมายในเกมที่ไปในทางเดียวกัน
(การล่ามอนสเตอร์ระดับ boss / หาของหายาก (rare item) / เก็บเลเวลพัฒนาตัวละคร)  และข้อจำกัดทางสัมคมที่น้อยกว่าชีวิตจริงมาก
เรื่องของการติดแชท  ก็จัดอยู่ในข่ายนี้  เหมือน ๆ กัน ครับ


ความน่ารักและ Community ที่พบได้ในเกม Ragnarok Online
แน่นอนที่สุดว่า  ของทุกอย่างในโลกนี้ย่อมมีทั้งด้านดีและด้านไม่ดี   การที่ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับบทบาทในเกมมากไปย่อยไม่ส่งผลดี
อย่างแน่นอน   การควบคุมตัวละคร หรือเนื้อเรื่องในเกม  ย่อมไม่ยากเท่ากับการควบคุมจิตใจคน  หรือสถาณการณ์ในชีวิตจริง
การที่เด็กเคยชินกับการควบคุม / สวมบทบาท  ง่าย ๆ ภายในเกม  เมื่อออกมาสู่โลกแห่งความจริง  จะทำให้รับมือกับภาวะภายนอกไม่ได้
เพราะคนไม่ใช่ NPC (Non-Player Character : ตัวละครในเกม)  ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย   เราอาจจะต้องใช้จิตวิทยาสูง
สำหรับการคุยกับคนที่มีเลือดเนื้อจริง ๆ   ด้วยเหตุนี้  จะทำให้เด็กมี EQ/AQ ต่ำ  และอยากจะกลับหวนเข้าไปสวมบทบาทในเกมอีกครั้ง
เมื่อเป็นเช่นนี้นานเข้า  ก็จะทำให้เด็กติดเกมจนเลิกไม่ได้ไปในที่สุด
 

ทางแก้ที่เป็นรูปธรรมสำหรับเรื่องนี้  หลัก ๆ ก็คือ  เราต้องแก้ปมทั้ง 4 ที่เด็กติดเกมให้ได้ก่อน  โดยยังไม่ต้องให้เขาเลิกเล่นเกม
การเลิกเล่นเกม  ก็เหมือนกับการเลิกบุหรี่  หรือการลดความอ้วนแหล่ะครับ  มันทำยาก  เราพบว่าบางครั้งเรายังไร้ระเบียบวินัย
กับตัวเองเลย  แล้วเด็กซึ่งวุฒิภาวะยังต่ำอยู่  มีหรือ  จะมีระเบียบวินัยของตัวเองได้ง่าย ๆ  ยิ่งเราใช้วิธีการที่รุนแรงเท่าไหร่
ผลลัพธ์ยิ่งออกมาเลวร้ายขึ้นเท่านั้น  ฉะนั้น  การถอดปลั๊กคอมพิวเตอร์ในขณะที่เค้าเล่นเกมอยู่  ไม่ใช่เรื่องดีเลยนะครับ  อย่าทำเลย
ปมทั้ง 4 ที่ว่าก็คือ  อันนี้ครับ

1. อุปสรรคที่พิชิตได้ในชีวิตจริง
2. บทบาทที่ได้รับในสังคม
3. ผลตอบแทนและรางวัล
4. ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างและครอบครัว

อุปสรรคในชีวิต
ต้องชี้ให้เด็กรู้จักมองอุปสรรคในชีวิตว่า  มันไม่ได้ยากเกินไปเลยที่จะผ่านมันไปได้  เด็กติดเกม  เพราะเกมทำตัวละครของเด็ก
ให้เก่งเกินจริงจนข้ามอุปสรรคยาก ๆ ไปได้   แต่ในความเป็นจริง  เราไม่สามารถพัฒนาให้เด็กเก่งเกินจริงแบบนั้นได้
สิ่งที่เราทำได้น่าจะเป็น  ย่ออุปสรรคออกมาให้ดูเล็กลง  หรือ  แตกอุปสรรคออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วค่อย ๆ ผ่านมันไปทีละชิ้น
เราเคยทำงานใหญ่ ๆ ยาก ๆ ชิ้นเดียว  แล้วไม่ผ่านซักทีไหมครับ   เราจะรู้สึกท้อเป็นอย่างมากว่า  ทำไมมันไม่ผ่านซะที
แต่ถ้าเป็นงานที่เราทำได้ไปเรื่อย ๆ ทีละนิดทีละน้อย  ถึงแม้จะต้องทำเยอะ  แต่เราก็ยังมีกำลังใจว่าอย่างน้อย  งานเราก็คืบหน้า
พัฒนาไปเรื่อย ๆ จริงมั้ยครับ  เด็กก็คิดแบบนี้เหมือนกัน  การที่จะเรียนให้มันได้เกรด 4 จากเดิมเกรด 2 ภายใน 1 เทอม 
คงเป็นเรื่องที่ยากมาก   แต่ถ้าพ่อแม่รู้จักตั้งอุปสรรคใหม่ให้เป็น  ได้เกรด 4 ภายในป.6  ส่วนตอนนี้เอาแค่เกรด 2.2  ก็พอใจแล้ว 
แบบนี้  จะทำให้อุปสรรคดูเล็กลง  เมื่อเด็กผ่านไปได้  ก็จะรับรู้ถึงพัฒนาการของตัวเองได้  และจะมีกำลังใจมากขึ้นอีกด้วย


บทบาท และหน้าที่ของตัวละครแต่ละตัวในเกม Lineage 2

บทบาทที่ได้รับในสังคม
สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมากครับ  คือต้องสร้างตัวตน  และพื้นที่ให้เค้ายืนในชีวิตจริงได้   อย่างน้อยเค้าก้อควรจะรับรู้ว่า
การเป็นหัวหน้ากองอัศวินในเกมมันเท่น้อยกว่าการเป็นหัวหน้าห้องเป็นไหน ๆ   อย่าปล่อยให้เด็กเคว้ง  ไม่รู้จุดยืนของตัวเอง
หรือมีปมด้อยกับบทบาทที่ตัวเองได้รับ   เช่นในระดับครอบครัว หากคนไหนเป็นพี่คนโต  ก็ควรจะได้รับรู้ว่า  พี่คนโต 
มีบทบาทหน้าที่อะไร  มีอำนาจหน้าที่แค่ไหน  หรือถ้าเป็นน้องคนกลาง คนเล็ก  ก็ควรจจะรู้ว่า  เค้ามีอำนาจหน้าที่เรื่องใด
แค่ไหนเช่นกัน   ในระดับเพื่อนฝูง  ผู้ปกครองควรจะสนิทกับเด็กในระดับที่ว่า  รู้ว่าลูกหลานของเรามีบทบาทอย่างไรในกลุ่มเพื่อน
ของเขา  เป็นหัวโจกนำแก๊งรึเปล่า  หรือเป็นเบ๊ ลูกกระจ๊อก  ลูกไล่ในกลุ่ม   มีความแตกต่างหรือ เหลื่อมล้ำระหว่างบทบาทที่ได้มาหรือเปล่า
ความรวย-จน   ฉลาด-โง่   ผิด-ถูก   active-passive   คนดี-คนเลว   ความ popular  เหล่านี้ล้วนนับอยู่ในข่ายทั้งนั้นครับ

ผลตอบแทนและรางวัล
ต้องชี้ให้เด็กเห็นว่า  ผลตอบแทนที่เค้าจะได้รับในชีวิตจริง  ที่เป็น "รูปธรรม" เป็นอย่างไร  ย้ำนะครับว่า "รูปธรรม"  คือสิ่งที่
เด็กต้องจับต้องได้โดยทันที  ไม่ต้องมีการวิเคราะห์อะไรลึกซึ้งมากนัก  เช่น  ถ้าบอกว่า   ตั้งใจเรียนสิ  จะได้เรียนเก่ง ๆ
อย่างนี้ถือว่าเป็นนามธรรมนะครับ   เพราะเด็กก็ไม่รู้คุณค่าของการเรียนเก่งอยู่ดี  ไม่รู้ว่า  เรียนเก่งแล้วจะได้อะไร  ซึ่งในเกมนั้น
เด็กจะได้ผลตอบแทนที่ชัดเจน  จับต้องได้  มีคุณค่าของการได้มาสูง   เราจะต้องหาผลตอบแทนแบบนี้ในชีวิตจริงให้กับเด็กให้ได้
และต้องชี้ให้เค้าเห็น (อย่างเนียน ๆ)  ว่ารางวัลในเกมนั้น  มันไม่ใช่ของจริง  มันไม่มีอยู่จริง  เมื่อเกมจบไปแล้วรางวัลเหล่านั้นมันก็หายไป
รางวัลที่ได้ในชีวิตจริงสิ  ของแท้แน่นอน   มันได้มาจริงและอยู่กับเรา  ติดตัวเราตลอดไป   เมื่อใดที่เรามี  รางวัลที่จับต้องได้ 
และมีคุณค่าของการได้มา   มากกว่าที่เค้าได้รับจากในเกมแล้ว  ถือว่าปมข้อนี้  ก้อเครียร์ไปครับ


Rare Item ของเกม Lineage 2 อาจจะสำคัญมากสำหรับบางคน

ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่พูดยาก  และสลับซับซ้อนมาก  เพราะเกี่ยวเนื่องกับพื้นฐานการเลี้ยงดูและสิ่งแวดล้อม  เป็นการยากที่จะบอกว่า
ต้องทำอย่างไร   เด็กถึงจะมีความสัมพันธ์กับคนรอบข้างได้ดี  เพราะขึ้นอยู่กับตัวเด็ก  ครอบครัว  และเพื่อนฝูงเป็นส่วนใหญ่
แต่จะบอกได้คำเดียวว่า  เมื่อไหร่ก็ตาม  ที่เด็กรู้สึกว่า  คุยกับคนในเกมแล้วปลอดภัยกว่า  กล้าเปิดเผยเรื่องราวของตัวเองกับคน
ในเกมมากกว่า  ปรึกษาได้มากกว่า  เข้าใจมากกว่า  มีตัวตนมากกว่า  คนในเกมยอมรับนับถือมากกว่า  เชื่อใจมากกว่าที่เค้ามี
ความรู้สึกแบบนี้ให้กับพ่อแม่  ครูอาจารย์และคนครอบครัวแล้วหล่ะก็  รับรองได้เลยครับ  ว่า  เด็กจะหมกตัวอยู่แต่ในโลกแห่งเกมชัวร์ ๆ
เพราะตัวตนของเค้า  อยู่ในนั้น  สิ่งที่เราทำได้คือ  ต้องทำให้เค้ารู้สึกถึงสิ่งเหล่านั้น  ในโลกภายนอกมากกว่าภายในเกม  อย่างน้อย
ถ้าเค้าจะเล่นเกมจริง ๆ ก็ควรจะเป็นเกมที่นั่งล้อมวงเล่นกับเพื่อน ๆ หรือครอบครัวพร้อมกันเป็นหมู่คณะครับ



Keyboard ที่ออกแบบมาให้เอาไว้ใช้เล่นเกมโดยเฉพาะ แล้วจะไม่ให้ติดได้อย่างไร

สุดท้ายแล้ว  จริง ๆ แล้วเกมไม่ได้เป็นสิ่งผิดแต่อย่างใด  หลายครั้งเกมกลับเป็นตัวสร้างเสริมประสบการณ์เหมือนจริงได้ดีกว่า
สื่อประเภทอื่น ๆ ด้วยซ้ำไป   ถ้าเรากลัวว่า  เด็กจะติดเกมเกินไป  ผมว่าเราลองเปลี่ยนมุมใหม่มาเล่นเกมกับเด็กเลยเป็นไงครับ 
บอกเค้าว่า  เล่นได้  แต่ต้องเล่นกับ พ่อ/พี่/ลุง/ป้า/น้า/อา   เท่านั้น  ห้ามเล่นเองคนเดียวเด็ดขาด  วิธีนี้  นอกจากเราจะได้ควบคุม
ดูแลอย่างใกล้ชิดแล้ว  ยังเป็นการผ่อนคลายความเครียดของเราไปในตัวอีกตะหาก  ยิงนกตัวเดียวด้วยปืนสองนัดจริง ๆ
 


 
May 21

พรประเสริฐในวัน HBD (ฮากลิ้ง)

พรประเสริฐในวัน HBD

เรื่องราวที่ผมจะเล่าลำดับต่อไปนี้เป็นประสบการณ์จริง บรรยากาศจริง ผมตั้งใจจะเขียนขึ้นหลายวันแหระ
แต่ไม่สบโอกาสสักที เชิญ คับตามผมมาคับ ไม่ต้องเกริ่นกันยาวฮับ



............ ......... ......... ......... ......... ......... ......... ......... .........

ปกติผมจะตื่นแต่เช้าตรูทุกวันไม่ว่าจะเมามายขนาดไหนผมต้องตื่นก่อนไก่โห่ฮาป่าฮิ้ว
หลายอาทิตย์ก่อนเป็นวันเกิดหลานสาววัย 14 ก็เลยชวนน้าเท่ห์ๆ อย่างผมออกมายืนเป็นเพื่อนใส่บาตร
ก็ตระเตรียมอาหารแพคสำเร็จรูป เป็นชุดกิ๊ฟเซท สวยงาม ครบหลักใหญ่ใจความ
ปกติการตักบาตรพระก็จะเดินมาเป็นกลุ่มเป็นก็น ประมาณ 2-3 รูปแถวเรียงหนึ่งเข้ามารับนิมนต์ตักบาตร


............ ......... ......... ......... ......... .

"นิมนต์คับ หลวงพ่อ "

ผมเอื้อนเอ่ยนิมนต์หลวงพ่อ ผสมหลวงพี่ รับบาตร
หลานสาวก็ใส่บาตร ใส่เสร็จหลานสาวก็จะบอกหลวงพ่อว่า

"วันนี้วันเกิดค่ะ"

หลวงพ่อ/หลวงพี่ก็ให้พร ผมก็นั่งคุกเข่า พนมมือรับพรไปกะหลานด้วย
แต่แอบๆนึกในใจ ตรูเกี่ยวไรฟ่ะ?

............ ......... ......... .......

ประเด็นมาเกิดตอน แพ๊คสุดท้ายหลังจากตักบาตรให้หลวงพ่อ
ซึ่งเดินนำหน้าทิ้งช่วงน้องหลวงเณรไปประมาณ 30 เมตร
น้องหลวงเณรวัยสักประมาณ 12-13 ปี เห็นจะได้ ตะแรกก็เดินเลี่ยงเปิดไฟเลี้ยวขวา
ทำท่าจะไม่รับบาตร หลานสาวผมก็

" นิมนต์ค่ะ"

หลวงเณร ตบไฟเลี้ยวซ้ายเบี่ยงเข้ามาชิดริมฟุตบาท หลานสาวผมก็ตักบาตร กิ๊ฟเซท ชุดสุดท้ายเสร็จ พร้อมๆกับ

" วันนี้วันเกิดค่ะขอพรด้วยค่ะหลวงเณรค่ะ ?"

ผมยืนอยู่ใกล้ๆ สังเกตเห็นสีหน้าน้องหลวงเณร ทำหน้าทำตาแบบบอกบุญไม่รับ
ดูเหมือนจะมีเม็ดเหงื่อผุดขึ้นมาที่ใบหน้าเล็กน้อย


............ ......... ......... ......... ......

เอ่อ.....

"คือว่าโยม หลวงเณรเองเพิ่งจะบวชได้ไม่กี่วันเอง
ปกติก็จะเดินรับบาตรติดๆกะอาจารย์ แต่พอดีตะกี้อาจารย์ทิ้งช่วงไปหน่อย
หลวงเณรสวดให้พรยังไม่เป็นคับ!"

อะ.......อะ..... ......เอ่อ......

เอางี้ละกันเพื่อไม่ให้โยมเสียศรัทธาเอาเท่าที่หลวงเณรจะให้ได้น่ะคับโยม
" ค่ะหลวงเณร "
หลานสาวผมตอบพลางพนมมือไหว้รอรับพร ผมก็ย่อตัวลงพนม มือไหว้ รอรับพรเช่นกัน
*
*
*
*
*
*
*
*
*
*
" แฮปปี้ เบริด์ เดย์ ทู๊ยู
แฮปปี้ เบริด์ เดย์ ทู๊ยู
แฮปปี้ เบริ๊ดดดด เดย์
แฮปปี้ เบริ๊ดดดด เดย์
แฮปี้ปปปปปปปปป
ปี๊เบริด์ เดยย์ ทู๊ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ยู!"


อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

............ ......... ......
............ ......
.........

ผมอุทานในใจพลางอมยิ้มแก้มตุ่ย เหลือบตาไปมองหลานสาว
หลานสาวก็อึ้งกิมกี่ ขำกิ๊กๆๆ
ยังคับยังไม่จบ ………..

น้องหลวงเณร พอร้องเพลงจบ ยังตามด้วย
" วันนี้เป็นวันดีเป็นวันเกิด ขอให้นึกคิดสิ่งใดสมความปรารถนา บลา บลา บลา"
แล้วน้องหลวงเณรก็เดินจีวรปลิว หายไปท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ แห่งเช้าวันใหม่


............ ......... ......

อ๊ากกกกกกกกกกกกกก
มันคือพรที่สุดยอดในวันเกิดหลานป๋มจริงๆคับ ผมสาบานว่าหากน้องหลวงเณรยังไม่สึก
เดือนพฤศจิกา ที่จะถึงเป็นคิวของผม ผมจะขับรถคว้านหาน้องหลวงเณรทุกซอกทุกมุม
ในเช้าวันนั้น และ request พร เวอร์ชั่น HBD นี้เช่นกัน
สาธุ!
 

หุหุ  ชอบมาก ๆ เรื่องนี้  อ่านแล้วอมยิ้มหยั่งแรง
เอามาจาก FWD mail อีกทีนึง  ใครอ่านแล้วชอบ  ก้อ ment ด้วยเน้อ
April 19

รวมคำศัพท์ในหมวดของการจีบกันทั้งหมด


รวมคำศัพท์ในหมวดของการจีบกันทั้งหมด

แอบไปเห็นในเว็บ dek-d.com แล้วรู้สึกว่า  มันเจ๋งดีแฮะ  เลยขออนุญาตแบบเงียบ ๆ เอามาแป่ะใน space ตัวเองซะเลย
เป็นคำศัพท์ในหมวดหมู่ของความรัก และการจีบกันอ่ะครับ  มีตัวอย่างพร้อมคำแปลประกอบด้วย
ลองเอาไปฝึกเล่น ๆ ดูนะ  อิอิอิอิ

คำขยาย เพื่อ บอกรูปร่างหน้าตา (adjectives for appearance)

pretty : ใช้สำหรับ เด็กสาว, ปรกติ คำนี้ ใช้ได้ ในหลายๆ ทาง หลายๆ ความหมาย แต่ บ่อยครั้ง ใช้กับ เด็กสาว ที่มี เสน่ห์ มีความ อ่อนหวาน น่ารัก ในตัว
และ ใช้กับ เด็กผู้ชาย ในภาษา แสลง เมื่อ เด็กหนุ่ม คนนั้น มีอายุ น้อย และน่ารัก (เหมือน ตัวแทน วัยรุ่น ที่ดังและหล่อแบบ "pretty boy")

lovely : ใช้กับ เด็กผู้หญิง คำๆนี้ ให้ความรู้สึก ที่อบอุ่น ความน่ารัก เป็นดั่ง เสน่ห์ ที่มีมนตร์ตรา

beautiful : คำนี้ ใช้ได้ หลายทาง มันอาจจะ เป็นเรื่อง ธรรมดา สำหรับเด็กสาว ("she is beautiful") แต่ ถ้า จะใช้ ใน ผู้ชาย คุณ ต้อง เสริม
คำว่า "man" ให้อยู่ ในประโยค ด้วย จะได้ เน้นว่า มันเป็น ความสวย สง่า แบบนามธรรม ไม่ใช่ สวยแบบ ผู้หญิงๆ ดังนั้น คุณต้อง พูดว่า "he is a beautiful man".

gorgeous / drop-dead gorgeous : คำนี้ แปลว่า สวยมาก จริงๆ คุณสามารถ ใช้ เช่นเดียวกับ คำว่า "beautiful" ได้

stunning : เฉียบ! จนตะลึง คุณใช้ คำนี้ เมื่อ คุณต้องการ บรรยายถึง ลักษณะ รูปร่าง หน้าตา ของเขา (ของเด็กชาย และเด็กหญิง),
หมายถึง ว่า คนๆ นั้น ดูดี มากๆ ตอนที่คุณ ส่ายสายตา ไปพบเขา คุณตกตะลึง คุณกระดุก กระดิกไม่ได้, คุณพูด ไม่ออก, คุณเงอะงะ ตะลึง อ้าปากค้าง อื่นๆ...

handsome : หล่อ ใช้สำหรับ เด็กผู้ชาย เท่านั้น เหมือนกับ ภาษาไทย

manly : คุณใช้ คำนี้ เพื่อ บรรยาย ผู้ชาย คนหนึ่ง ที่ มีความ เป็นชาย ร่างกาย ใหญ่โต, และ แข็งแรง ในลักษณะ ที่มีเสน่ห์, เป็นชายหนุ่ม ที่ผู้หญิง เห็น แล้วจะร้องว่า "now THAT is a man."

womanly : ใช้กับ ผู้หญิง ที่มีเสน่ห์ คนที่ ดูแล้ว ไม่ใช่ เด็กผู้หญิง วัยรุ่น จอมแก่นแก้ว อีกต่อไป แต่โตขึ้น เป็นผู้หญิง ที่มี การแสดงออก เป็นผู้ใหญ่ และมี ร่างกาย ที่เป็น ผู้ใหญ่ ตามไปด้วย

sexy : คำๆนี้ คงไม่ต้อง บอก กันมาก เพราะ ทุกคน คงมี คำ จำกัดความ ที่มากและน้อย ต่างๆ กันไป อยู่แล้ว

cute : น่ารัก ใช้กับ เด็กผู้หญิง หรือ เด็กผู้ชาย แต่ความหมาย เปลี่ยนไป ตามเพศ ที่พูด สำหรับ เด็กผู้หญิง มันให้ ความรู้สึก อ่อนหวาน แต่สำหรับ เด็กผู้ชาย แล้ว มันดู เหมือนกับ หล่อ แบบน่ารัก เช่น เด็กผู้หญิง จะชม Leonardo และ Brad Pitt ว่า "cute" และคงไม่มีใคร ที่จะ เรียก Arnold Schwartzenegger ว่าเขา "cute" เป็นแน่ คุณคงต้อง หัดฟัง และใช้ให้ถูก, คำแปล ในภาษาไทย คงไม่พอ ที่จะ บอกวิธี การใช้ ของคำนี้ ได้หมด

buff : สำหรับผู้ชาย หุ่นดี ที่มีกล้ามใหญ่ เป็นมัดๆ

stacked : เป็นคำสแลง ที่หนุ่มๆ ใช้สำหรับผู้หญิง ที่มีหน้าอกใหญ่ มันเป็นสิ่งที่ ไม่สุภาพ ที่จะว่าผู้หญิง แต่บางครั้ง คุณได้ยิน ผู้ชาย พูดคุยกันว่า "she's really stacked!"

hot : คำสแลง แบบเซ็กซี่ สำหรับ ผู้ชาย และเด็กสาว

shapely : สำหรับ ผู้หญิง ที่มีรูปร่าง เพรียวโค้ง เป็นรูปร่าง แบบเซ็กซี่

คำนาม บอกรูปร่างหน้าตา (Nouns for Appearance)

a hunk : ตำสแลง สำหรับ ชายหนุ่มร่างใหญ่ หล่อ แข็งแรง : "That guy is a real hunk!"

a babe : คำสแลง สำหรับ ผู้หญิง ที่เซ็กซี่ มีเสน่ห์ ดึงดูดใจ "What a babe!"

a boomer : คำสแลง สำหรับ เด็กสาว เซ็กซี่ ที่แข็งแรง พึ่ึ่งจะ โตเป็นสาว เต็มตัว เช่น: "She's a boomer."


Words Of Love

puppy love : ปั๊บปี้ รักขี้หมา
"Those two think they are in love, but it's just puppy love."
สองคนนั้น เขาคิดว่า เขามีความรัก แต่มันเป็น แค่เพียง รักของเด็กๆ

true love : รักแท้
"I'm not playing games. I am looking for true love."
ฉันไม่ได้ ล้อเล่น ฉันกำลัง มองหารักแท้

romantic love : รักหวานแหว๋ว

platonic love : รักด้วยใจ ไม่มี ราคะ
"Our relationship was only platonic."
ความสัมพันธ์ ของเรา เป็นความสัมพันธ์ ฉันท์มิตร ไม่มี เซ็กส์ มาเกี่ยวข้อง

a romance : ความสัมพันธ์ ที่หวานชื่น
"I am not interested in a romance right now."
ตอนนี้ ฉันไม่สนใจ เรื่องรักๆ ใคร่

romantic : ใช้เป็น Adj.
"He took me to a romantic spot and tried to kiss me."
เขาพาฉันไป ที่ สถานที่ ที่หอมหวาน และพยายาม ที่จะจูบฉัน
 
have a crush on someone : แอบปิ๊ง ! ใคร คนหนึ่ง
"I think John has a crush on me. He stares at me all the time."
ฉันคิดว่า จอห์น แอบปิ๊ง ฉันแน่ เขาจ้องฉัน ตลอดเวลา

be sweet on someone : แอบชอบ ปิ๊ง ใครบางคน
Ha Ha! Steven is sweet on Angela!"
"ฮา ฮา ! สตีเว่น ปิ๊ง แอลเจลล่า"

be infatuated with someone : หลงไหลใครบางคน
"When I was in high school I was completely infatuated with a girl who didn't know who I was."
ตอนฉันอยู่ ม. ปลาย ฉันหลงใหล สาวคนหนึ่ง ที่ไม่รู้จักว่า ฉันเป็นใคร

be obsessed with someone : เฝ้าพะวง คิดถึงเขา ตลอดเวลา อาจถึงขั้น เว่อร์เกิน หรือ ไม่ก็บ้า มากเกินไป
"Arnold is obsessed with me and won't leave me alone."
อาร์โนลด์ คลั่งไคล้ ฉันขนาดหนัก และไม่ยอมปล่อย ฉันเลย

be crazy about someone / be nuts about somebody : รัก หรือ ชอบ ใครคนหนึ่ง มากๆ (ไม่ใช่ บ้าคลั่ง)
"Julie, I'm really crazy about you. Why don't you admit you have the same feelings?"
จูลี่ ผมชอบคุณมาก ทำไม คุณไม่ ยอมรับว่า คุณก็ รู้สึก เช่นเดียวกัน กับผม

have the hots for someone : ถูกดึงดูดใจอย่างมาก โดยใครบางคน
"She has the hots for him but never shows it."
เธอชอบเขามาก แต่ไม่เคย แสดงออก

fall in love with someone : ตกหลุมรัก ใครคนหนึ่ง
"I have fallen in love with you, my darling! Please be mine!"
ฉันได้ตกหลุมรักเธอไปแล้ว ที่รัก มาเป็นแฟนฉันเถอะ

be in love (with someone) : รักใครคนหนึ่งแบบจริงจังไปแล้ว
"He is in love with me, but I don't share the feeling."
เขารักฉัน แต่ฉัน ไม่เล่นด้วย
"Those two are completely in love with each other."
เขาทั้งสองคน รักกัน อย่างเหนียวแน่นแท้จริง

be head over heels in love (with someone) : หลงรักมาก
"They are head over heels in love with each other. I hope it lasts."
เขาทั้งสอง หลงรักกันมาก ฉันหวังว่า มันคงอยู่ยืนยาวต่อไป

flirt (with someone) : เล่นหู ชายตา
"I really like to flirt but I try not to anymore now that I am married."
ฉันชอบ เล่นหูเล่นตา มากเลย แต่ตอนนี้ ฉันพยายาม ไม่ทำ เนื่องจากตอนนี้ ฉันแต่งงานแล้ว

make a pass at someone : พูดจา เกี้ยว ใครคนหนึ่ง เพื่อพยายาม ให้เขาสนใจเรา
"I was sitting at a bar waiting for my friends and three guys in a row made passes at me."
ฉันกำลังนั่ง รอเพื่อนๆ ที่บาร ์ และหนุ่มสามคนก็มาจีบฉัน ทีละคน

make eyes at someone / play flirty-eyes (with someone) : เล่นตา กับใครคนหนึ่ง
"She has been making eyes at me [playing flirty-eyes with me] all week, but when I went to talk to her she acted like nothing had happened."
เธอเล่นตาหวานกับผม มาทั้งอาทิตย์ แต่พอผม ไปคุยกับเธอ เธอก็ทำท่า เหมือนกับ ไม่มีอะไร เกิดขึ้น

woo someone : จีบ ใครคนหนึ่ง
"He thinks he can woo me by showing me his muscles. What a fool!"
เขาคิดว่า เขาสามารถ จีบฉันได้ โดยการ โชว์กล้ามของเขา ให้ฉันดู โง่จัง

lead someone on : ดึงดูด ล่อให้เขา สนใจเรา หรือจีบเล่นๆ โดยที่ ไม่ได้ ตั้งใจจะเป็นแฟน (เหมือนกับการเล่นความรู้สึกของคนอื่น)
"Julia flirted with me for weeks, but she was only leading me on. I found out she has a boyfriend whom she plans to marry."
จูเลีย ทำเป็นชอบฉัน มาหลายอาทิตย์ แต่เธอทำแค่เพียงเล่นๆ กับฉันเท่านั้น ฉันรู้มาว่า เธอมีแฟน คนหนึ่ง ที่เธอวางแผนจะแต่งงานด้วย

a tease : คนที่ เล่นหูเล่นตากับเรา ทำให้เราชอบ แต่จริงๆแล้ว ไม่ได้สนใจเรา หรือจะไม่ยอม มีความสัมพันธ์ กับเราเลย
"I thought she wanted me, but she was just a tease."
ฉันคิดว่า เธอต้องการฉัน แต่เธอเพียงแค่ แหย่ฉันเล่นๆเท่านั้น

jail bait : สาวคนที่ แสนจะ sexy แต่ยังเป็นผู้เยาว์ ตามกฏหมาย ผู้ชายที่ต้องการ จะมีความสัมพันธ์ด้วย แต่ไม่กล้า ("jail" = คุก, "bait" = เหยื่อ)
Guy 1: "Ooooh, look at her!"
Guy 2: "Forget about it; she's jail bait."

turn someone down : ปฏิเสธที่จะออกไปเที่ยวกับใครคนหนึ่ง
"I asked Nancy out last night and she turned me down."
เมื่อคืนนี้ ฉันชวนแนนซี่ ไปเที่ยว แต่เธอปฏิเสธฉัน

turn someone on / a turn-on : ทำให้ใครคนหนึ่งรู้สึกเซ็กซี่ หรือดึงดูดความสนใจ
"It really turns me on when you look at me that way."
มันทำให้ผมปลื้ม (หวือหวา) เมื่อคุณมองผม แบบนั้น
"Short skirts are a real turn-on for men."
กระโปรงสั้นๆ เป็นสิ่งที่ทำให้ชายหนุ่มคึกคัก

turn someone off / a turn-off : ทำให้ใครคนหนึ่งรู้สึก ไม่ดี ไม่เซ็กซี่ หรือเป็นที่น่าสนใจ (ตรงข้ามกับ turn on)
"It really turned me off when he chewed with his mouth open."
มันทำให้ฉัน สะอิดสะเอียน เมื่อฉันเห็นเขาอ้าปากกว้างตอนที่เขาเคี้ยว
"Body odor is a real turn-off."
กลิ่นตัว เป็นสิ่งที่ ทำให้หมดอารมณ์

stand someone up : ไม่มาตามที่นัด โดยไม่ได้บอกหรือพูดอะไร
"I had a date with Nancy last night but she stood me up."
ฉันมีนัดเที่ยวกับแนนซี่ เมื่อคืนนี้ แต่เธอทำให้ฉันคอยเก้อ

seduce someone : ยั่วยวนให้ใครคนหนึ่ง ไปนอนด้วยโดยการ เล้าโลม ทำให้เขารู้สึกเซ็กซี่
"It was our first date and I didn't even plan to kiss him, but he seduced me."
มันเป็นการนัด ครั้งแรกของเรา และฉันไม่ได้วางแผน แม้แต่จะจูบเขา แต่เขากลับยั่วยวยชวนฉันไปนอนด้วย

ask someone out : ชวนออกไปเที่ยว
"I waited too long to ask her out, and now it's too late."
ฉันคอยแสนนานที่จะชวนเธอออกไปเที่ยว และตอนนี้ มันก็สายไปแล้ว

go on a date (with someone) / date (someone) : มีนัดกับใครคนหนึ่ง
"We went on six or seven dates before we found out we were cousins."
เราออกไปเที่ยวกันหกเจ็ดครั้ง ก่อนที่เราจะค้นพบว่า เราเป็นญาติกัน
"He and I have been dating for about six months."
เขาและฉัน เป็นแฟน ออกไปเที่ยวด้วย



ปล. เห็นว่าเจ๋งดีเลยก๊อปมาแป่ะไว้ เผื่อเอาไว้ใช้จีบสาวมั่ง 5555